การอ่านแผนที่ทางหลวงท่านทั้งหลายเคยสังเกตุมั๊ยครับเวลาฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทยแต่ละคนจะต้องมีแผนที่ติดตัวมาด้วยแทบทุก
คน เพราะเขาถูกฝึกให้ใช้ ้แผนที่ให้เป็นเวลาไปไหนก็จะได้ไม่หลงทาง ผู้ขับขี่รถชาวไทยส่วนใหญ่ยังใช้แผนที่ไม่
เป็น เวลาไปไหนก็จะใช้วิธีถามทางจากผู้รู้ ถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถามชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นๆ ซึ่งคนไทยเราก็มี
น้ำใจครับ รู้หรือไม่รู้ก็พยายามอธิบายเข้าไว้ บางครั้งหลงทางไปตั้งไกลต้องกลับมาต่อว่ากัน ก็มีบางทีพวกก็ไม่อยู่
ให้ต่อว่าแล้ว อย่าไปโทษใครเลยครับ เรามาฝึกอ่านแผนที่ทางหลวงกันดีกว่าครับ จะได้ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นไปทุก
เรื่อง เอาไว้พึ่งพากันเฉพาะสิ่งที่มันไม่มีอยู่ในแผนที่จะดีกว่า
เหตุผล1.ระบบเส้นทางหลวงของประเทศที่กรมทางหลวงเป็นผู้ก่อสร้าง รับรองว่าได้มาตรฐานสากล มีป้ายบอก
ทาง บอกชื่อถนน บอกหมายเลข ทางหลวงไว้ครบถ้วน ยกเว้นจะมีมือดีมาขโมยไป
2.แผนที่ทางหลวงที่มีขายอยู่ในปัจจุบันมีความแม่นยำเที่ยงตรงพอสมควร แต่ควรจะเป็นแผนที่ฉบับใหญ่
3.การที่เราแนะนำให้ท่านฝึกอ่านแผนที่นั้นมิใช่เราไม่อยากตอบคำถามท่าน แต่เป็นเพราะการอธิบายเส้น
ทางหลีกเลี่ยงจุดติดขัดในช่วงเทศกาลนั้นค่อนข้างยากเพราะแต่ละท่านมีจุดเริ่มต้นเดินทางและจุดหมายปลายทางใน
การเดินทางไม่เหมือนกัน อาจทำให้เกิดการผิดพลาดได้ เราเพียงบอกได้ว่าจุดใดเป็นจุดติดขัดหรือน่าจะติดขัด
พร้อมกับเส้นทางหลีกเลี่ยงในช่วงใกล้เคียงจุดนั้นเท่านั้น
4.ขณะนี้เรามีแผนที่ทางหลวงฉบับย่อ แต่ก็สามารถใช้การได้ดีสำหรับแจกจ่ายให้แก่ท่าน หากท่านมี
ความต้องการขอให้ ส่งอีเมล์มาที่
highway@police.go.th หรือโทรศัพท์มาที่ 02-3546000 ,1193 หรือ ขอรับ
ได้ที่สถานีตำรวจทางหลวง หน่วยบริการประชาชน หรือตู้ยามตำรวจทางหลวงได้ทั่วประเทศ ครับ
วิธีอ่านแผนที่1.ท่านต้องรู้จักสังเกตุทิศเหนือใต้ ภูมิประเทศจริงเปรียบเทียบกับในแผนที่ ซึ่งคงไม่ยากครับ
2.ท่านจะต้องรู้จักระบบหมายเลขทางหลวง เพราะในแผนที่ส่วนใหญ่ไม่สามารถพิมพ์ชื่อถนนลงไปได้ ดัง
นั้นท่านจะต้องทราบดังนี้
2.1 ระบบหมายเลขเส้นทางหลวงนั้น มีหมายเลข 1 ตัว ถึง 4 ตัว หมายเลขตัวเดียวคือทางหลวง
สายประธาน เช่น ทางหลวงหมายเลข 1 คือ ถนนพหลโยธิน เป็นถนนที่มุ่งไปสู่ภาคเหนือ ทางหลวงหมายเลข 2 คือ
ถนนมิตรภาพ เป็นถนนที่มุ่งไปสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางหลวงหมายเลข 3 คือถนนสุขุมวิท มุ่งไปสู่ภาคตะวันออก ทางหลวงหมายเลข 4 คือถนนเพชรเกษมมุ่งสู่ภาคใต้
2.2 ส่วนทางหลวงที่หมายเลข 2 ตัว 3 ตัว 4 ตัว ก็จะเป็นถนนสายรอง ถ้ามีหมายเลขตัวแรกขึ้น
ต้นด้วยหมายเลข 1 จะอยู่ในภาคเหนือ หมายเลข 2 จะอยู่ในภาคอีสาน หมายเลข 3 อยู่ในภาคกลาง หมายเลข 4 อยู่ในภาคใต้
2.3 การสังเกตุหมายเลขทางหลวงบนถนน จะสังเกตุได้ที่ในตัวครุฑ หรือใต้ตัวครุฑ ที่ป้ายบอก
ทางสีเขียว หรือ สีขาว หรือที่หลักกิโลเมตร จากนั้นให้เทียบกับหมายเลขทางหลวงในแผนที่
3.ท่านจะต้องทราบระวางและมาตราส่วนของแผนที่ เพื่อให้สามารถคำนวณได้ว่าระยะทางในแผนที่เมื่อ
เทียบกับระยะทางของถนนจริงนั้นเป็นระยะเท่าใด เช่น ถ้าเป็นแผนที่มาตราส่วน 1 : 1,000,000 ระยะในแผนที่ 10
เซนติเมตร เท่ากับระยะทางจริง 100 กม.เป็นต้น
แผนที่อิเล็คโทรนิคหรือแผนที่ดิจิตอล
ปัจจุบันเทคโนโลยีแผนที่ก้าวไปไกลมาก มีแผนที่ดิจิตอลออกมาให้เราใช้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะอยู่ในรูป
ของแผ่นซีดี นำมาโหลดลงเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องปาล์ม หรือจะเรียกดูจากเว็บไซด์ต่างๆก็มีหลายเว็บไซด์ มี
ทั้งฟรีและเสียสตางค์ แต่ก็ใช้ประโยชน์ได้มากกว่าแผนที่แบบธรรมดา ครับ
อธิบายเท่านี้ก็คงพอจะเข้าใจนะครับ ลองฝึกอ่านแผนที่ด้วยตนเอง แล้วท่านจะเกิดความสนุก สะดวกและเกิดความ
ปลอดภัยในการเดินทาง ลองศึกษาดูให้ดีแผนที่นั้นมีคุณประโยชน์กว่าที่คิด ครับผม
กลับหน้าแรก